โคมบัวอวยพร


การแสดงชุดนี้ ใช้เพลงลาวเสี่ยงเทียน ลาวดำเนินทราย ฟ้อนมาลัย รัวดึกดำบรรพ์ โดยผู้แสดงจะถือโคมบัว แปรแถวเป็นรูปลักษณ์ต่าง ๆ ตามท่วงทำนองของเพลง เพลงโคมบัวอวยพรนี้ เหมาะสำหรับนำไปใช้จัดแสดงซึ่งเป็นสนามกลางแจ้ง เพราะสามารถใช้ผู้รำได้เป็นจำนวนมาก จุดเด่นอยู่ที่ตอนท้ายของการแสดง ช่วงเพลงรัวดึกดำบรรพ์ โดยจะมีการดับเทียนและโปรยดอกไม้ออกจากโคมบัว

ระบำกราวนางยักษ์


เป็นระบำตอนหนึ่งในเรื่องพระอภัยมณี ตอนที่กล่าวถึงนางยักษ์พันธุรัตน์และบริวารมาประดิษฐ์เป็นระบำกราวนางยักษ์ขึ้น ด้วยท่าทาง ตามแบบฉบับของนาฏศิลป์โขนยักษ์ จุดเด่นอยู่ที่ท่ารำอันน่าเกรงขามและความสง่าของนางยักษ์ ประกอบกับเสียงเพลงที่ระทึกใจ เร้าใจ

ฟ้อนต๋ามประทีป


การแสดงในชุดนี้ เป็นผลงานของนักศึกษาระดับปริญญาตรี วิทยาลัยนาฏศิลปสมทบ ในคณะนาฏศิลปและดุริยางค์ พ.ศ. ๒๕๒๖ เพื่อเป็นการจุดประทีปโคม บูชาพระรัตนตรัย ของสาวเหนือที่จะไปบูชาพระ การแสดงแต่เดิมใช้โคมตะเกียง หูหิ้ว ของสุโขทัย ต๋ามประทีป เป็นการฟ้อนแบบลีลาของชาวเหนือ ที่มีความอ่อนหวานสวยงาม เหมาะสำหรับการแสดงต้อนรับผู้มาเยือนในเวลาใกล้ค่ำ จุดเด่นของการแสดงชุดนี้อยู่ที่ผู้แสดงจะใช้โคมประทีป ถือประกอบการฟ้อน ทำให้เกิดแสงวิบวับ สาดส่องใบหน้าผู้แสดง ดูสวยงามยิ่งนัก

ลาวคำหอม


เป็นระบำที่สวยงามอีกชุดหนึ่งในละครเรื่องพระลอ ที่พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ได้ทรงนิพนธ์ขึ้น ท่ารำที่แสดงเป็นท่ารำเฉพาะของบทร้อง

ฉุยฉายกิ่งไม้เงินทอง


เพลงที่ใช้ในการแสดงชุดนี้ ใช้เพลงฉุยฉายประกอบท่ารำ ตัวละครฝ่ายนางถือกิ่งไม้เงินทองในบท “สองนางเนื้อเหลือง” ฉบับเจ้าจอมละม้าย อาจารย์เฉลย ศุขะวณิช เป็นผู้ถ่ายทอดฉุยฉายชุดนี้จนเป็นที่นิยมแพร่หลาย ใช้เป็นฉุยฉายเบิกโรงชุดหนึ่ง สำหรับบทร้องการรำฉุยฉายชุดนี้ เป็นบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

เทพอัปสรพนมรุ้ง


เกิดจากแนวความคิดสร้างสรรค์ ของอาจารย์เฉลย ศุขวณิช ปรมาจารย์ทางด้านนาฏศิลป์ไทย แห่งวิทยาลัยนาฏศิลป กรมศิลปากร ได้ประดิษฐ์ท่ารำ เพื่อให้สอดคล้องและกลมกลืนจากภาพจำหลักของนางอัปสร อันเป็นสถาปัตยกรรมศิลปะขอม บายนตอนปลายต่อกับนครวัดตอนต้น ที่ปราสาทเขาพนมรุ้ง อาจารย์มนตรี ตราโมท ได้นำเพลงเขมรกล่อมลูกและเขมรชมดงจากของเดิมมาปรับปรุงขึ้นใหม่ โดยใช้ท่ารำของนางอัปสรที่ถือดอกบัวเพื่อถวายบูชา ณ ศาสนสถานแห่งนี้ นางอัปสรเป็นภาพจำหลักอันสวยงามที่มักจะพบเห็นอยู่ ณ ปราสาทแบบขอม โดยเฉพาะที่ปราสาทเขาพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ ที่มีลีลาการร่ายรำอันอ่อนช้อยงดงาม ตรึงตา ตรึงใจ ผู้ได้พบเห็นการแสดงนี้จึงเกิดขึ้นจากจินตนาการของผู้ประดิษฐ์ท่ารำ ที่ต้องการถ่ายทอดความงดงามของนางอัปสรจากแผ่นศิลาสู่สีสันของท่ารำอันอ่อนช้อย วิจิตรบรรจง

อัปสราสำอางค์


ใช้เพลงเขมรอมตุ๊ก การแต่งกาย เป็นจินตนาการจากรูปภาพจำหลัก ตามโบราณสถานของเขมร ท่ารำจะเน้นที่การแสดงให้เห็นถึงลักษณะท่าทาง การแต่งกาย ในรูปแบบต่าง ๆ ความโดดเด่นของการแสดงชุดนี้ นอกจากจะอยู่ที่เครื่องแต่งกายแบบเขมรหลายรูปแบบแล้ว ยังอยู่ที่ท่วงทำนองเพลง และท่ารำ อันกลมกลืนกันไป อย่างสวยงามอีกด้วย

ระบำนานาชาติ


เป็นระบำที่นำเอาเอกลักษณ์จากนานาชาติ เพื่อนบ้านของไทย มาประกอบกันเป็นท่ารำขึ้น โดยท่ารำดัดแปลงมาจากการแสดงของ ประเทศ ญี่ปุ่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย วัตถุประสงค์ของการแสดงชุดนี้ เพื่อให้ผู้ชมได้รู้จักท่วงทำนองเพลง และวัฒนธรรมการแต่งกาย ของประเทศเพื่อนบ้าน

หมู่เฮาชาวดอย


เป็นการแสดงที่ใช้เพลงฟ้อนเงี้ยว ของอาจารย์มนตรี ตราโมท และเพลงเก็บใบชาของ อาจารย์ปกรณ์ รอดช้างเผือก มาผสมผสานกัน เพื่อแสดงความสวยงามในด้านการแต่งกาย อันเป็นเอกลักษณ์ ของชาวไทยภูเขาแต่ละเผ่า อันประกอบไปด้วย เผ่าอีก้อ เผ่าเย้า เผ่าลีซอ เผ่ามูเซอ และเผ่าม้ง

พญาเดิน


เป็นการรำโคมใช้ผู้แสดงเป็นชายล้วน เดิมเป็นการแสดงในราชสำนัก โดยถือโคมร่ายรำไปตามจังหวะของท่วงทำนองเพลงพญาเดิน แปรแถวเป็นรูปลักษณ์ต่าง ๆ การแสดงชุดนี้ได้ประยุกต์ท่ารำ และวิธีการแสดงให้ง่ายเข้า เหมาะกับนักเรียนชายนำมาใช้แสดงในโอกาสต่าง ๆด้วย

ระบำปลา

 
เป็นระบำที่ประดิษฐ์ขึ้น เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๗ สำหรับประกอบการแสดงละครนอก เรื่องสังข์ทอง ตอนเลือกคู่หาปลา เพลงในระบำชุดนี้คือเพลง ฟองน้ำ ซึ่งเป็นเพลงประเภท เพลงฉิ่งโบราณ ผู้แต่งบทร้อง คือ ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี

ระบำครุฑ


เป็นระบำที่ปรับปรุงมาจากบทร้องที่เป็นบทชมครุฑ ในละครเรื่อง อุณรุฑ พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่๑ ทำนองเพลงระบำครุฑนี้ เป็นทำนองเพลงของเก่า ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ชื่อเพลงตุ้งติ้ง ในการแสดงที่สวยงามชุดนี้ เป็นการเลียนแบบท่าทาง กริยา ของพญาครุฑ ซึ่งเป็นพาหนะของพระนารายณ์

กินรีร่อน (ออกมโนห์รา)


การแสดงชุดนี้ได้รวมการแสดงสองชุด มาไว้ในชุดเดียวกัน เพื่อให้น่าสนใจ แปลกตายิ่งขึ้น การแสดงชุดนี้ได้รับความนิยมยกย่องอย่างมากในด้านความวิจิตรสวยงาม ของกระบวนท่ารำ และเครื่องแต่งกาย โดยชุดแรกคือ กินรีร่อนเป็นการรำในฉากหนึ่ง ที่นางมโนราห์และพี่ ๆ บินมาเล่นน้ำที่สระอโนดาษ เขาไกรลาศ ชุดนี้เป็นการรำที่สวยงามมาก ประกอบกับดนตรีที่ไพเราะ และการแสดงอีกชุดหนึ่งที่นำมารวมกันไว้คือ ชุดการรำมโนราห์ ซึ่งอยู่ในเรื่องมโนราห์ โดยคุณหญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี เป็นผู้ประดิษฐ์ท่ารำ มโนราห์บูชายันต์ เป็นการรำของนางมโนราห์ก่อนที่จะแกล้งโดดเข้ากองไฟ เพื่อบินหนีไป

ระบำบันเทิงกาสร


เป็นการแสดงชุดหนึ่งในโขนเรื่องรามเกียรติ์ ตอนพาลีสอนน้อง อาจารย์มนตรี ตราโมท เป็นผู้แต่งทำนองเพลง ความหมายแสดงถึงความเบิกบานสำราญใจของทรพา และบริวารกาสร ซึ่งออกมาโลดเล่นเต้นตามชั้นเชิงลีลาของนาฎศิลป์ โดยคุณหญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี เป็นผู้ประดิษฐ์ท่ารำ

ระบำกรับ


ระบำชุดนี้ นำออกแสดงครั้งแรก เมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๒๔ ในงานเลี้ยงรับรองคณะเยาวชน จากโครงการเรือเยาวชนอาเซียน ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยอาจารย์ลมุล ยมะคุปต์ และอาจารย์เฉลย ศุขะวณิช เป็นผู้ประดิษฐ์ท่ารำขึ้น เพลงระบำกรับนี้ อาจารย์มนตรี ตราโมท เป็นผู้แต่งทำนองเพลง โดยแต่งเป็นอัตราสองชั้นและชั้นเดียวให้หน้าทับตะเขิ่งบรรเลงต่อเนื่องกันไป ไม่มีบทร้อง อัตราสองชั้นจะมีลีลาเรียบง่าย ชัดเจน ส่วนในชั้นเดียวจะมีทำนองรุกเร้าสนุกสนาน

ทะแยมอญ


เป็นการร่ายรำของชาวมอญ สำหรับใช้ในงานพิธีศพ ผู้แสดงจะแต่งเครื่องอาภรณ์ ตามแบบฉบับของมอญ ท่ารำจะเป็นแบบมอญสมัยโบราณ ลักษณะเด่นของระบำชุดนี้ อยู่ที่การเคลื่อนไหว ร่ายรำด้วยความอ่อนช้อย นุ่มนวล และโดยมากมักจะใช้ผู้แสดงที่เป็นสาวประเภท
สอง

โบราณคดีเมดเล่ย์


ระบำโบราณคดี ถือเป็นระบำมาตฐาน ในจังหวะและท่ารำที่ตายตัว ซึ่งตามประเพณีจะไม่แก้ไข และดัดแปลงด้วยความเคารพในปรมาจารย์ผู้ค้นคิดประดิษฐ์ขึ้น แต่ในระบำโบราณคดีเมดเล่ย์เป็นการผสมผสาน ระหว่างโบราณคดีทั้ง ๕ แบบเข้าด้วยกัน จึงจำเป็นต้องประยุกต์ท่ารำเพื่อให้กลมกลืนกัน ด้วยประเพณีที่กล่าวมา การประยุกต์เพื่อนำไปใช้แสดงจึงต้องมีการขอขมาไหว้ครูทุกครั้งที่จะนำไปแสดง ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงในชุดนี้ ใช้เพลงช้าของทวาราวดี เพลงเร็วศรีวิชัย เพลงลพบุรีเพลงเชียงแสน และเพลงเร็วในสมัยสุโขทัย

คุณหลวง


เป็นการประยุกต์ท่าทางการแสดงในรูปแบบจังหวะของสากล ที่มีลีลาคล้ายการแสดงแบบตะวันตก เน้นที่ความพร้อมเพรียงและจังหวะการแปรแถว เหมาะสำหรับผู้แสดงที่อยู่ในวัยประถมและมัธยม

สิบสองนักษัตร


เป็นการแสดงที่ประดิษฐ์ขึ้น โดยใช้ทำนองเพลงตุ๊กตา เนื้อร้องแต่งขึ้นโดยผู้ใช้นามปากกาว่า “เหมือนฝัน” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เยาวชนได้รู้จัก สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ประจำราศีชนิดต่าง ๆ ทั้ง ๑๒ คือ ปีชวด หนู ,ปีฉลู วัว, ปีขาล เสือ ,ปีเถาะ กระต่าย ,ปีมะโรง งูใหญ่ ,ปีมะเส็ง งูเล็ก , ปีมะเมีย ม้า ,ปีมะแม แพะ , ปีวอก ลิง ,ปีระกา ไก่ , ปีจอ หมา , ปีกุน หมู ท่ารำเป็นท่าที่ง่าย เช่น การโยกตัว การเอียง เหมาะสำหรับเด็กอนุบาล และเด็กประถมศึกษาตอนต้น

กุมภาพาเพลิน


เป็นการแสดงท่าทางที่ดัดแปลงมาจาก ลีลาของจระเข้ โดยการแต่งตัวอวดความหล่อเหลาระหว่างกัน เพลงที่ใช้คือเพลงฟองน้ำ ผู้ประดิษฐ์ท่ารำนี้ขึ้น ก็เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนชายได้มีชุดการแสดงเพิ่มขึ้น ไว้จัดแสดงได้

ถาพ และข้อมูล โดย บริษัท ครีเอท มีเดีย สตูดิโอ จำกัด http://www.thaidances.com

ขอขอบพระคุณสนับสนุนด้าน Web Hosting

Copyright © 2000 ANURAKTHAI.COM All Right reserved Created by : Phirayut Charoonwittayakorn
E-Mail Address : webmaster@anurakthai.com ICQ : 36950853
Last Update : 09/03/01