รำทวน


เป็นการแสดงเพลงอาวุธ จะปรากฏในละครเรื่องราชาธิราชตอน สมิงพระราม ต่อสู้ด้วยเพลงทวนกับกามมณี ทหารเอกของพระเจ้ากรุงจีน สำหรับการแสดงชุดนี้ถูกประยุกต์ขึ้นเพื่อแสดงฝีมือการประลองยุทธ์ ด้วยเพลงทวนของทหารจีน ปกติการต่อสู้ด้วยเพลงทวนนั้นจะมีชื่อเรียกท่าแต่ละขั้นของการต่อสู้ ดังนี้
  • ท่าสรรเสริญ หมายถึงการยกย่องครูอาจารย์
  • ท่าปัดเกล้า ท่าโคมสามใบ ท่านาคเกี้ยว ท่าชิงคลอง
  • ท่าปลอกช้าง หมายถึง ท่าที่ใช้ด้ามทวนแทงซอกคอของฝ่ายตรงข้าม อันเป็นท่าสุดท้ายหมายถึงฝ่ายหนึ่งต้องพ่ายแพ้ เพลงที่ใช้ประกอบการแสดงนี้คือเพลงจีนฮ่อแฮ่

นางกอย


เป็นการแสดงที่อยู่ในละครเรื่อง “เงาะป่า” บทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๕ เป็นตอนที่บรรดาสาวเงาะเตรียมพิธีจะไปงานวิวาห์ของฮะเนากับนางลำหับ ซึ่งมีความน่าชมอีกชุดหนึ่ง

นางเอกดนตรีไทย


เป็นการแสดงโดยใช้ทำนองเพลงโสมส่องแสง ประพันธ์เนื้อเพลงโดยพันตรีศราวุธ มาจุฬา โดยใช้จินตนาการของนาฏศิลปิน ที่มีต่อเครื่องดนตรีไทย โดยเฉพาะขลุ่ยที่มีเสียงอันไพเราะอ่อนหวาน เปรียบเสมือนนางเอกของวงดนตรีไทย เจตนาของผู้ออกแบบการแสดงชุดนี้ มุ่งสร้างสรรค์เพลงนี้ขึ้นเพื่อให้เด็ก ๆ มีความรักและอยากศึกษาวิธีการเป่าขลุ่ย การแสดงใช้ท่ารำง่าย ๆ แต่ดูหรูหรา เหมาะสำหรับผู้เริ่มรำ สามารถแต่งกายชุดไทยได้หลายแบบ

ใจงาม


เป็นการแสดงโดยใช้ทำนองเพลงมะลิซ้อน โดยผู้ปรับปรุงคือนายสุรินทร์ บวรวัฒนา ได้นำเพลงมะลิซ้อนสองชั้น ทำนองเก่าซึ่งใช้ประกอบการแสดงละคร มาแต่งขยายเป็นอัตราจังหวะสามชั้น และแต่งตัดเป็นอัตราจังหวะชั้นเดียว ครบเป็นเพลงเถา ส่วนทำนองทางร้อง นายวิรัตน์ วิทยประพันธ์ เป็นผู้แต่งขึ้น ส่วนเนื้อร้องในชุดนี้ใช้บทประพันธ์ของเก่า การแสดงจะเป็นท่ารำตีตามบทร้อง โดยมีลักษณะเด่นอยู่ที่การแบ่งวรรคตอนในการรำ การแต่งกายสามารถแต่งได้หลายแบบ

ปู่เจ้าเรียกไก่


เป็นการแสดงตอนหนึ่งในเรื่องพระลอ ที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งต่อมาพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ได้ทรงนำโครงเรื่องมานิพนธ์เป็นบทละครพันทาง และเจ้าจอมมารดาเขียนในรัชกาลที่ ๔ เป็นผู้ประดิษฐ์ท่ารำ โดยนำท่าฟ้อนของภาคเหนือมาผสมกับท่ารำของละครหลวงได้อย่างสวยงาม การแสดงตอนปู่เจ้าเรียกไก่นี้ กล่าวถึงตอนที่ปู่เจ้าสมิงพราย เรียกไก่แก้วมาลงผี แล้วให้ไปหลอกล่อดลใจพระลอติดตามมา เพื่อไปพบพระเพื่อนพระแพง

พระลอตามไก่


การแสดงตอนพระลอตามไก่ ได้นำเนี้อร้องมาบรรจุในเพลงเชิดฉิ่ง ซึ่งพระประดิษฐ์ไพเราะ (มี ดุริยางกูร) เป็นผู้แต่งถวายพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมพระราชวังบวรในรัชกาลที่ ๔ การแสดงกล่างถึง พระลอเมื่อได้พบกับไก่แก้วก็เกิดหลงใหล ได้ติดตามไก่แก้วไปจนถึงเมืองสอง และได้พบกับพระเพื่อนพระแพงในที่สุด

พระลอลงสวน


เป็นการแสดงตอนที่ต่อมาจากพระลอตามไก่ โดยพระลอได้ติดตามไก่แก้วจนเข้าไปในสวนเมืองสอง ผู้แสดงอาจมี ๔ ตัว คือ พระลอผู้ปลอมเป็นพราหมณ์ นายแก้ว นายขวัญ ปลอมเป็นนายราม นายรัตน์ และมัคคุเทศก์ ในการแสดงชุดนี้ ใช้ผู้แสดง ๓ ตัว คือ พระลอ และพระพี่เลี้ยง ๒ คน

ฟ้อนรัก


เมื่อพระลอได้ปลอมตัวเป็นพราหมณ์ ชื่อ ศรีเกษ เสด็จตามมัคคุเทศก์ เข้าไปในพระราชอุทยานเมืองสองแล้วนั้น นายแก้วและนายขวัญ ซึ่งเป็นพระพี่เลี้ยงได้ไปพบกับนางรื่น และนางโรย นางพี่เลี้ยงของพระเพื่อนพระแพง ผู้เป็นพระราชธิดาของท้าวพิษณุกรเจ้าผู้ครองเมืองสอง นายแก้วและนายขวัญ จึงได้เข้าไปเกี้ยวพาราสีพี่เลี้ยงทั้งสอง บทร้องและทำนองเพลง ประกอบด้วยเพลงเร็ว เพลงลาวสวยรวย ลาวดำเนินทรายและเพลงซุ้ม

รำโคมบัว


เป็นการแสดงที่เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยดัดแปลงมาจากญวนรำกระถาง แต่การรำชุดนี้จะใช้โคมเป็นรูปดอกบัว โอกาสที่จัดแสดงมักจะเป็นในงานพระราชพิธีมงคลเฉลิมฉลองที่สำคัญ และยิ่งใหญ่ โดยมากจะจัดแสดงในเวลากลางคืน เพื่อเน้นลีลาการรำประกอบตัวโคมที่มีแสงสีอันสวยงาม ต่อมาได้มีผู้นำมาประยุกต์ และใช้ผู้แสดงหญิง โดยใส่เนื้อร้อง และทำนองขึ้นใหม่

ระบำเทพบันเทิง


เป็นระบำเทพบุตร และนางฟ้า ฟ้อนรำบำเรอองค์ปะตาระกาหลาในละครเรื่องอิเหนา ตอน ลมหอบ เพลงที่ใช้ในระบำเทพบันเทิง คือ เพลงแขกเชิญเจ้ากับเพลงยะวาเร็ว อาจารย์มนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญดนตรีไทย ของกรมศิลปากร เป็นผู้แต่งบทร้อง

พม่ารำขวาน

 
เป็นการแสดงชุดหนึ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ นิยมนำมาแสดงในโอกาสทั่วไป ส่วนเพลงที่ใช้เป็นเพลงสำเนียงพม่า ทำนองเก่า เป็นเพลงที่ให้อารมณ์เพลงรุกเร้าสนุกสนาน และยังใช้บรรเลงในการออกเพลงภาษาด้วย

ลาวสมเด็จ


เป็นการแสดงที่มักจัดขึ้นเนื่องในวันเฉลิมฉลอง หรือสมโภชต่าง ๆ อาจารย์มนตรี ตราโมท เป็นผู้แต่งทำนองเพลงขึ้น มีลีลาท่าทางการร่ายรำโดยเป็นการรำตีตามบทร้อง ความสวยงามอยู่ที่เพลงอันไพเราะ ท่ารำที่กลมกลืน ตลอดจนเครื่องแต่งกายที่สวยงาม

ระบำดอกกุหลาบ


เป็นการแสดงโดยใช้ทำนองเพลงลาวดำเนินทราย ซึ่งมีมาแต่ดั้งเดิม และได้รับการปรับปรุงมาหลายครั้ง ท่ารำเป็นท่าใช้จังหวะการก้าวเท้า ยืดยุบ ห่มเข่า เน้นการแปรแถวเป็นรูปลักษณ์ต่าง ๆ เหมาะสำหรับผู้เริ่มฝึกหัดรำ สามารถแสดงได้โดยไม่จำกัดจำนวนผู้แสดง

กาดำรักเพื่อน


เป็นการแสดงโดยใช้ทำนองเพลงจีนขิมเล็ก ซึ่งแต่งขึ้นโดยพระประดิษฐ์ไพเราะ(มี ดุริยางกูร) เนื้อร้องแต่งโดย นายแก้ว จากดอกสร้อยสุภาษิต ความเด่นของการแสดงชุดนี้อยู่ที่ท่ารำ เช่น ท่าเต้นเสาในลีลานาฏศิลป์โขนผสมกับท่ากางปีกของกา และเป็นท่าตีตามบทร้อง สามารถนำไปใช้แสดงได้ทุกโอกาสโดยไม่จำกัดจำนวนผู้แสดง

พระรามตามกวาง


เป็นตอนหนึ่งของการแสดงโขนชุดรามเกียรติ์ กล่าวถึง กวางทอง คือ มารีศพระยายักษ์เป็นลูกของนางกากนาสูร ซึ่งรับพระราชบัญชาของทศกัณฐ์ แปลงกายเป็นกวางทอง มาล่อหลอกให้นางสีดาเกิดความรักใคร่อยากได้ พระรามจึงเสด็จตามกวางทองไปในป่า จุดเด่นของการแสดงชุดนี้อยู่ที่ ท่ารำของพระรามและกวางทอง ที่หนีและไล่ในท่วงทีลีลานาฏศิลป์โขน ตามทำนองและจังหวะเพลง โดยเฉพาะในเพลงหน้าพาทย์เชิดฉาน ซึ่งมีท่วงทำนองที่ระทึกใจ ตื่นเต้น เมื่อกวางทองจะถูกศรของพระราม

ทศกัณฐ์เกี้ยวนางเบญกายแปลง


นางเบญกายได้รับพระราชบัญชาจากทศกัณฐ์ ให้แปลงกายเป็นนางสีดา แสร้งทำเป็นตายลอยน้ำไปหวังจะลวงให้พระรามเข้าใจผิดและยกทัพกลับไป นางเบญกายจึงได้ลักลอบเข้าไปดูนางสีดาในราชอุทยาน แล้วจึงแปลงกายเป็นนางสีดากลับไปเข้าเฝ้าทศกัณฐ์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุง ทศกัณฐ์เมื่อเห็นนางเบญกายในรูปของนางสีดา เกิดหลงผิดคิดจะเข้าไปเกี้ยวพาราสี ในที่สุดนางเบญกายทนไม่ไหวจึงกลายร่างกลับเป็นนางเบญกายอย่างเก่า ทำให้ทศกัณฐ์ถึงกับอายและเก้อเขิน ต่อหลานและหมู่นางกำนัลเป็นยิ่งนัก จุดเด่นของศิลปะการแสดงชุดนี้ อยู่ที่ลีลาการร่ายรำอันสวยงาม ประกอบกับท่วงทำนองเพลงอันไพเราะ โดยเฉพาะท่าเก้อเขินและเหนียมอายของทศกัณฐ์ยักษ์ใหญ่ ในลีลานาฏศิลปโขน

ฉุยฉายศูรปนขา


เป็นการแสดงโขนชุดรามเกียรติ์ที่กล่าวถึงนางศูรปนขา ซึ่งเป็นน้องสาวของทศกัณฐ์ ได้แปลงร่างเป็นหญิงสาวเพื่อไปเกี้ยวพระราม โดยท่ารำชุดที่นำมาแสดงนี้เป็นท่ารำฉบับหม่อมครูอึ่ง

กราวนางยักษ์


เป็นลีลาการร่ายรำของนางยักษ์ ในเพลงกราว ซึ่งเป็นนาฏศิลป์โขนชั้นสูง นับเป็นท่าที่สง่าสวยงาม ที่ปรมาจารย์ทางโขนได้ประดิษฐ์ขึ้น กราวนางยักษ์ เป็นเพลงกราวใน ประเภทเพลงหน้าพาทย์ ใช้ในการประกอบอากัปกิริยาของตัวละครฝ่ายยักษ์

ฟ้อนม่านมงคล


เป็นการฟ้อนประกอบการแสดงละครพันทางเรื่องราชาธิราช ตอน สมิงพระรามอาสา เนื้อเรื่องกล่าวถึงการอวยพรในพิธีอภิเษกสมรสของสมิงพระรามกับพระราชธิดาพระเจ้ากรุงอังวะ ผู้แต่งบทร้อง และทำนองคือ อาจารย์มนตรี ตราโมท ผู้เชี่ยวชาญดนตรีไทย ของกรมศิลปากร

รำพลายชุมพล


เป็นการแสดงที่นำมาจากการแสดงละครเรื่อง "ขุนช้างขุนแผน" ตอนพระไวยแตกทัพ การแสดงเป็นการรำเดี่ยวคือ พลายชุมพลซึ่งปลอมตัวเป็นมอญ จัดแจงแต่งกายเพื่อออกรบกับพระไวย ใช้ทำนองเพลงมอญดูดาว ซึ่งเป็นเพลงสำเนียงมอญ

ถาพ และข้อมูล โดย บริษัท ครีเอท มีเดีย สตูดิโอ จำกัด  http://www.thaidances.com

ขอขอบพระคุณสนับสนุนด้าน Web Hosting

Copyright © 2000 ANURAKTHAI.COM All Right reserved Created by : Phirayut Charoonwittayakorn
E-Mail Address : webmaster@anurakthai.com ICQ : 36950853
Last Update : 09/03/01