บ้านของสีรุ้ง

นิทานจากการประกวดนิทานรางวัลมูลนิธิเด็ก ครั้งที่ 3
ภาพจากการประกวดภาพประกอบนิทานมูลนิธิเด็ก ครั้งที่ 1
ผลงานของ : วราภรณ์ สมพงษ์
ภาพประกอบ : รัชดาภรณ์ ทองรวย

        หลังฝนตกเมื่อมีแสงอ่อนๆส่องมากระทบไอน้ำเป็นสัญญาณ เส้นสีรุ้งทั้ง 7 สี ได้แก่ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง ก็จะเดินทางจากบ้านของตนมาทำงานบนท้องฟ้า เมื่อมาถึงพร้อมหน้ากัน เส้นรุ้งทั้ง 7 จะนอนเรียงตัวกันทีละเส้นๆ จนครบเจ็ดเส้น ในตอนนี้ถ้าใครมองไปที่ท้องฟ้าก็จะเห็นภาพเส้นโค้งเจ็ดสีพาดทับท้องฟ้าอย่างสวยงาม

     เส้นม่วง มาจากผลองุ่น ดอกด้อยติ่ง ดอกอัญชัน และสารพัดสิ่งที่เป็นสีม่วง
     เส้นคราม และเส้นน้ำเงิน ซึ่งเป็นพี่น้องกัน มาจากท้องทะเล ท้องฟ้า และสารพัดสิ่งที่เป็นสีคราม และน้ำเงิน
     เส้นเขียว มาจากเปลือกของผลแตงโม ใบไม้ และสารพัดสิ่งที่เป็นสีเขียว
     เส้นเหลือง มาจากดอกทานตะวัน ผลมะม่วงสุก และสารพัดสิ่งที่เป็นสีเหลือง
     เส้นแสด หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าเส้นส้ม มาจาก ผลส้ม ดอกหางนกยูง และสารพัดสิ่งที่เป็นสีแสด
     เส้นแดง มาจาก ผลสตอบอรี่ ดอกกุกลาบ และสารพัดสิ่งที่เป็นสีแดง

       เส้นรุ้งแต่ละสีต่างก็เดินทางมาจากบ้านของตน ซึ่งมีระยะทางห่างจากที่ฝนตก ใกล้บ้าง ไกลบ้างต่างกัน เส้นไหนบ้านใกล้ก็มาเร็ว เส้นไหนบ้านไกลก็มาช้า เส้นรุ้งที่มาถึงก่อน จะต้องรอเส้นอื่น ให้มาจนครบ จึงจะเริ่มเรียงตัวได้ แล้วยังจะต้องรีบเรียงตัวให้เสร็จก่อนที่ไอน้ำระเหยไปหมดด้วย เส้นรุ้งที่บ้านอยู่ไกลจากที่ที่ฝนตก จึงมักจะโดนเพื่อนต่อว่าเสมอ ทั้งที่ตัวเองก็เหนื่อยแสนเหนื่อย หลังฝนตกคราวหนึ่ง เส้นรุ้งนอนเรียงตัวกันอยู่บนท้องฟ้า พลางปรึกษากันว่าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไรดี แล้วได้ข้อสรุปว่า เส้นรุ้งทั้งเจ็ด น่าจะมีบ้านใหม่อยู่รวมกันทั้งเจ็ดสี จะได้เดิน ทางมาทำงานพร้อมกัน ถึงที่ทำงานพร้อมๆกัน ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบใคร

     " มาอยู่ที่บ้านเราซิ" เส้นครามกับเส้นน้ำเงินเสนอ "บ้านของเรากว้างใหญ่กว่าบ้านใครเพราะเราเป็นสีของของทะเลและท้องฟ้า" "มาอยู่บ้านเราเถอะ บ้านเรามีมากมายหลายแห่งทั่วโลก เพราะเราเป็นสีของต้นไม้"      สีเขียวเสนอขึ้นบ้าง

     "มาอยู่บ้านเราดีกว่า บ้านเรามีของอร่อยๆมากมาย เพราะเราเป็นสีของผลไม้สุก" สีเหลืองเชิญชวน" " เราไม่ชอบบ้านสีน้ำเงินกับสีคราม เพราะเวลาเราเข้าไปอยู่เราจะหลายเป็นสีเขียว" สีเหลืองแย้งขึ้น "เราก็ไม่ชอบบ้านสีเหลือง ไปอยู่บ้านสีม่วงดีกว่า บ้านสีม่วงสวยที่สุด " เส้นม่วงพูดอย่างภูมิใจในตัวเอง "บ้านสีเหลืองต่างหากสวยที่สุด" เส้นเหลืองซึ่งไม่ถูกโรคกับเส้นม่วงแย้งขึ้นทันที

     "ใครว่าละบ้านสีแดงต่างหากสวยที่สุดใครๆก็ชอบสีแดงเป็นสีของความรัก" "บ้านสีเขียวต่างหากดีที่สุด สวยที่สุด บนโลกน่ะตอนนี้เขาพากันปลูกต้นไม้กันใหญ่เพราะเขาต้องการให้โลกเป็นสีเขียว อีกหน่อยเถอะ เขาก็จะไม่ต้องการพวกเธอทุกสีแล้วเขาต้องการสีเขียวสีเดียว" สีเขียวคุยโต จนสีอื่นๆพากันหมั่นไส้

     " เชอะสีส้มต่างหาก สำคัญกว่าใคร บ้านของสีรุ้งต้องเป็นสีส้ม" "ไม่จริง สีแดงสวยที่สุด บ้านของสีรุ้งต้องเป็นสีแดง"

"สีครามสวยกว่า"
" สีเหลือง"
" สีแดง"
"สีคราม"
"สีส้ม"

               เส้นรุ้งทั้งเจ็ดต่างก็ถือว่าสีของตัวสวยกว่าใคร ต่างก็ตกลงกันไม่ได้เรื่องบ้านใหม่ของสีรุ้ง จนกระทั่งไปน้ำระเหยไปจนเกือบหมด ถึงเวลาที่เส้นสีทั้งเจ็ดต้องแยกย้ายกันกลับบ้านพอดี " ให้มันรู้ไปสิว่าสีเขียวไม่สวย ลองขาดสีเขียวดูบ้างเป็นไง" สีเขียวทิ้งท้าย แล้วก็พาลดูดเอาสีเขียวจากสารพัดสิ่งบนโลกไปจนหมด "ฮึ นึกว่าสีเขียวทำได้สีเดียวหรือไง " เส้นรุ้งสีอื่นร้องโต้ตอบ แล้วพากันดูดสีของตัวกลับคืนบ้างก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน

       หลังจากรุ้งจางไปคราวนั้น โลกทั้งโลกจึงตกอยู่ในสภาพที่วุ่นวาย ที่สี่แยก มีรถชนกันเต็มไปหมด เพราะไฟเขียวไฟแดงไม่มี มีแต่ไฟขาว ที่โรงเรียน ครูสอนหนังสือไม่ได้ เพราะกระดานดำ กลายเป็นสีขาวสีเดียวกับชอล์ค ครั้นจะหยิบชอล์คสีมาเขียน ชอล์คสีก็กลายเป็นสีขาวเสียอีก ที่ตลาด แม่ค้าเถียงกับลูกค้าหน้าดำหน้าแดง ว่ามะเขือลูกไหนเป็นมะเขือม่วง ผักกาดหัวไหนเป็นผักกาดเขียว และพริกเม็ดไหนเป็นพริกแดง พริกเขียว พริกเหลือง ที่ร้ายไอติม เด็กๆกับคนขายไอติมวุ่นวายกันใหญ่ เพราะแยกไม่ออกว่าไอติมถ้วยไหนเป็นรสสตอบอรี่ วนิลา ส้ม มะนาว เนื่องจากเป็นสีขาวหมดทุกถ้วย

     ทุกหนทุกแห่งในโลกล้วนตกอยู่ในความวุ่นวาย โดยที่ไม่มีใครรู้สาเหตุที่เกิดขึ้น จนกระทั่งฝนตกอีกครั้งหนึ่ง เมื่อฝนเริ่มซาเม็ด และแสงแดดอ่อนๆเริ่มจับขอบฟ้า เด็กๆที่มาคอยดูรุ้งต่างงงงันกันไปตามๆกันเมื่อมองเห็นสายรุ้งทั้งเจ็ดขึ้นกันคนละทิศละทาง ไม่เรียงตัวอย่างสวยงามเหมือนเคย

      เมฆฝนซึ่งยังผ่านไปไม่ไกลพยายามเรียงตัวกันเพื่อบอกให้เด็กๆรู้จับใจความได้ว่า "รุ้งโกรธกัน" ละอองน้ำที่ระเหยไปไม่หมด เป็นผู้รู้เหตุการณ์ ก็ช่วยเล่าให้เด็กๆฟังอีกแรงหนึ่งว่าทำไมรุ้งทั้งเจ็ดจึงโกธรกัน และยังแนะนำว่าถ้าจะให้สีรุ้งคืนดีกัน และคืนสีต่างๆให้แก่โลกมีอยู่ทางเดียวคือ จะต้องช่วยสีรุ้งหาบ้านใหม่ให้พบก่อนที่รุ้งจะจางไปคราวนี้ และที่สำคัญคือ บ้านใหม่ของสีรุ้งจะต้องมีครบทั้งเจ็ดสีเพื่อความยุติธรรม สีรุ้งจะได้ไม่ทะเลาะกันอีก เมื่อได้ทราบดังนี้

     เด็กๆจึงพยายามช่วยกันทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะหาสีต่างๆให้พบโดยหวังว่าจะเอามาทาบ้านสักหลังหนึ่งให้กลายเป็นบ้านของสีรุ้ง ต่างแยกย้ายกันไปหาในทุกๆที่ที่คิดว่ายังพอมีสีหลงเหลืออยู่ไม่ว่าจะเป็นร้านขายสี บ้านของนักวาดรูป บ้านครูสอนศิลปะ อู่พ่นสีรถยนต์ แต่ก็ไม่ปรากฏว่าที่ใดจะมีสีหลงเหลืออยู่เลย

      "เราจะทำยังไงกันดีล่ะ ถ้าหาบ้านให้สีรุ้งไม่ได้ สีรุ้งคงไม่ยอมให้คืนดีกัน เราคงจะไม่ได้เห็นสีต่างๆบนโลกนี้อีกแน่เลย"

      "คุณพ่อ กับคุณแม่บอกว่า ไม่มีสีรุ้งหรอก เพราะไม่มีสีหลงเหลืออยู่ที่ไหนอีกแล้ว ในโลก.....ฮือๆ"

     "คุณครูก็บอกว่าเราไม่ทางหาเจอ เพราะจนป่านนี้ ครูยังไม่รู้จะเอาสีที่ไหนมาทากระดานดำเลย ฮือๆรุ้งใจร้ายๆ"

     " มีใครไปถามคุณตาหรือยัง คุณตารู้อะไรเยอะแยะ บางทีคุณตาอาจจะรู้ก็ได้" เด็กคนหนึ่งเอ่ยขึ้น คนอื่นๆพากันส่ายหัว เพราะต่างก็ลืมนึกถึงคุณตา "ใช่ซิ ใช่แล้ว เราไปถามคุณตาดีกว่า คุณตาต้องรู้แน่ๆไชโย"

     แล้วเด็กๆต่างก็พากันกระโดดโลดเต้นจนไปถึงบ้านคุณตา คุณตาเป็นคนใจดี ชอบเล่าเรื่องต่างๆให้เด็กๆฟังเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกระต่ายบนดวงจันทร์ เรื่องทางช้างเผือก เรื่องวันหยุดของดวงดาว คุณตาสามารถตอบคำถามของเด็กๆได้ทุกเรื่อง เด็กๆจึงมั่นใจว่า คุณตาจะต้องรู้เรื่องบ้านของสีรุ้งเช่นกัน

     เมื่อคุณตาทราบเรื่อง ก็หัวเราะชอบใจ พลางบอกว่า สีรุ้งไม่น่าเกเร ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เลย บ้านของสีรุ้งอยู่ไม่ไกล หาไม่ยาก และก็ทำได้ง่ายนิดเดียว แล้วคุณตาก็จัดการเอาสบู่ตีกับน้ำจนเป็นฟอง เอาก้านมะละกอจุ่มน้ำฟองสบู่ แล้วเป่าเบาๆ เด็กๆวิ่งกลับมาที่สายรุ้งอย่างรวดเร็ว ทันเวลาก่อนที่ละอองน้ำจะระเหยไปหมดเป็นเวลาที่สีรุ้งทั้งเจ็ดกำลังจะแยกย้ายกันกลับบ้านพอดี

     "เฮ้ สีรุ้ง ๆ อย่าเพิ่งกลับนะ พวกเราหาบ้านใหม่ให้เธอได้แล้ว รับรองต้องถูกใจพวกเธอทุกสีแน่ๆ" แล้วเด็กๆก็เอาก้านมะละกอจุ่มน้ำฟองสบู่ เป่าเบาๆเหมือนอย่างที่คุณตาทำ ลูกโป่งฟองสบู่ใสแจ๋ว ค่อยๆลอดออกมาตามรูก้านมะละกอเต็มท้องฟ้าไปหมด ภายในสีใสของลูกโป่งมีริ้วบางๆของสีทั้งเจ็ด อันได้แก่ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง อยู่รวมกันอย่างกลมกลืน เส้นรุ้งทั้งเจ็ด

     เมื่อเห็นบ้านใหม่ที่เด็กช่วยกันหามาให้ต่างพากันขอบคุณเด็กๆเส้นรุ้งทั้งเจ็ดชอบบ้านฟองสบู่มากเพราะที่บ้านหลังนี้ต่างก็มีสีตัวเองชอบ เส้นม่วงถึงกับลืมตัวจูงมือเส้นเหลืองเข้าไปในบ้านฟองสบู่อย่างตื่นเต้น เส้นคราม น้ำเงิน เขียว แสดและแดงต่างก็ทำตามบ้าง เส้นรุ้งทุกสีเข้าไปอยู่ในบ้านสีรุ้งอย่างเรียบร้อยก่อนที่ละอองน้ำจะระเหยหมดพอดี

     เมื่อเส้นรุ้งทั้งเจ็ดกลับมาคืนดีกันเหมือนเดิม โลกก็กลับมีสีสันขึ้นมาอีกครั้ง ความวุ่นวายที่ถนน ที่โรงเรียน ที่ตลาด ที่ร้านขายไอติม และที่อื่นๆก็หายไปพร้อมกับรุ้งจางคราวนั้น จนป่านนี้ พวกผู้ใหญ่ที่เอาแต่ทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำจนไม่มีเวลาแหงนมองท้องฟ้าต่างก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น จะมีก็แต่คุณตาและเด็กๆเท่านั้นที่รู้ความจริงข้อนี้ และยังรู้อีกด้วยว่า เส้นรุ้งทั้งเจ็ดนั้น ไม่เพียงแต่จะพบได้ในท้องฟ้าเท่านั้น

     แม้ในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง อากาศแจ่มใส เพียงแค่เป่าฟองสบู่เบาๆ พวกเขาก็จะสามารถคุยกับสีรุ้งได้อย่างเพลิดเพลินเพราะสีรุ้งทั้งเจ็ดเมื่อเสร็จจากงานบนท้องฟ้า ต่างก็นอนเอกเขนกอยู่ในบ้านฟองสบู่สีรุ้งอย่างมีความสุข

menu